สวัสดีครับ แอดมินแมวนาวเองครับผ้ม!!

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องบุคลิกภาพ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “Personality” กันดีกว่า ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ เอาล่ะ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองนึกภาพเพื่อนสนิทสองคนของคุณดู คนหนึ่งเป็นคนร่าเริง ชอบพูดชอบคุย อีกคนเป็นคนเงียบขรึม ชอบอยู่คนเดียว ลักษณะที่แตกต่างกันเหล่านี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่าบุคลิกภาพนั่นเอง

งั้นมาดูความหมายจากพจนานุกรมกันดีกว่า บุคลิกภาพ หมายถึง ลักษณะนิสัย ท่าทาง การแสดงออก ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมที่รวมกันเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคน ซึ่งมีความค่อนข้างคงที่และแตกต่างจากคนอื่น ๆ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคนนั่นเอง

เอาล่ะ มาดูต่อกันว่า นักจิตวิทยาเค้าวัดบุคลิกภาพกันยังไง คำตอบนั้นมีเยอะมากครับ วิธีที่นิยมใช้กันก็เช่น

  1. การทดสอบบุคลิกภาพ (Personality Tests): ให้คนตอบแบบสอบถามหรือคำถามต่าง ๆ เช่น MBTI, Big Five เป็นต้น
  2. การสังเกตพฤติกรรม (Behavioral Observation): ดูจากการกระทำ ปฏิกิริยา ท่าทาง ต่าง ๆ ที่แสดงออกมา
  3. การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview): พูดคุย สอบถามความคิด ทัศนคติ ประสบการณ์ชีวิตอย่างละเอียด

แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน สิ่งที่ได้มามักชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือ มนุษย์แต่ละคนมีบุคลิกภาพเป็นของตัวเอง ซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น

  • คนที่ชอบความตื่นเต้น ท้าทาย มักจะซื้อสินค้าประเภท gadget เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกมแอคชั่น หรือกีฬาผาดโผน
  • คนที่รักสุขภาพ ต้องการความสงบ จะเลือกซื้ออาหารออร์แกนิก เครื่องออกกำลังกาย app สมาธิ โยคะ
  • คนที่เป็นมิตร ชอบเข้าสังคม ก็มักจะสนใจสินค้าแฟชั่น ความงาม app หาคู่ โซเชียลมีเดีย
  • คนที่ซื่อตรง อนุรักษ์นิยม จะยึดติดกับแบรนด์เดิม ๆ ไม่ค่อยลองของใหม่ และไม่ค่อยซื้อของออนไลน์

ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้เองที่ทำให้นักการตลาดต้องสนใจเรื่องบุคลิกภาพ เพราะมันบอกใบ้ได้ถึงความชอบ พฤติกรรมการซื้อ ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ถ้าแบ่งกลุ่มลูกค้าตามบุคลิกภาพได้ ก็จะวางแผนการตลาด ทำโฆษณา พัฒนาสินค้าได้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นนั่นเอง

ยกตัวอย่างจริงให้เห็นภาพ เช่น แอป Spotify ให้ผู้ใช้ทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ แล้วจะแนะนำเพลย์ลิสต์ให้ฟังตามแต่ละแบบ เช่น คนบุคลิกสดใสร่าเริงจะได้รับแนะนำเพลงป๊อปจังหวะสนุก ๆ ส่วนคนเป็นกังวล เครียด ก็จะแนะนำเพลงผ่อนคลาย บรรเลง เป็นต้น หรือเว็บขายของ Amazon ก็มีระบบแนะนำสินค้าจากบุคลิก ความชอบ พฤติกรรมการซื้อที่ผ่านมาของลูกค้าแต่ละคน ทำให้มีโอกาสปิดการขายได้ง่ายขึ้น

สรุปแล้ว บุคลิกภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในทุกด้าน ทั้งการคบเพื่อน การเลือกงาน การใช้เวลาว่าง รวมถึงการจับจ่ายซื้อของนั่นเอง ในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แบรนด์ไหนที่เข้าใจบุคลิกภาพของลูกค้าได้ลึกซึ้ง ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้ตรงจุด ก็จะมีโอกาสครองใจผู้บริโภคได้ไม่ยากนั่นเอง

ว่าแล้วคุณล่ะ คิดว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบไหน และมันส่งผลต่อการเลือกซื้อสินค้า แอปพลิเคชันอย่างไรบ้าง

ลองสังเกตดูนะ รู้จักและเข้าใจตัวเองให้มาก ๆ แล้วจะช่วยให้คุณเป็นนักช้อปที่ฉลาดและมีความสุขกับการจับจ่ายมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ!

แอดมินนาว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *