พวกเขาทำอะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร


สวัสดีค่ะ แมวอีกแล้วค่า~

บทความนี้จะมายกตัวอย่างว่า Data Psychologist มีบทบาทอยู่จริง และสิงอยู่ในธุรกิจที่พวกเราน่าจะรู้จักกันดีนะ พวกเขาทำอะไรกันบ้าง มาอ่านกันเลย

Amazon

Amazon ค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ใช้ Data Psychologist ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าอย่างละเอียด ตั้งแต่ประเภทสินค้า ความถี่ในการซื้อ ไปจนถึงการตอบสนองต่อโปรโมชั่นต่างๆ นำมาคาดการณ์ความต้องการ แนะนำสินค้าที่น่าสนใจเฉพาะบุคคล ปรับราคาและโปรโมชั่นให้ตรงใจ รวมถึงบริหารสินค้าคงคลังและการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

Netflix
Netflix เป็นผู้นำด้าน Video Streaming ระดับโลก ที่นำข้อมูลจากผู้ใช้มาวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับชม Data Psychologist ของ Netflix จะศึกษารูปแบบพฤติกรรมการรับชม ความสนใจ อารมณ์ และแรงจูงใจของผู้ชมในแต่ละกลุ่ม เพื่อจัดทำ Personalized Content ที่ตรงใจให้แต่ละคน รวมถึงคัดเลือกหนังและซีรีส์แนวต่างๆที่คาดว่าจะได้รับความนิยม เป็นต้น

Spotify
Spotify แพลตฟอร์มฟังเพลงยอดนิยม ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกของ Data Psychologist เพื่อสร้าง Playlist และแนะนำเพลงที่คาดว่าผู้ฟังแต่ละคนจะชื่นชอบ โดยพิจารณาจากรูปแบบการฟัง อารมณ์ ความสนใจ และกิจกรรมในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ Spotify รู้ใจและเลือกเพลงให้ถูกต้องราวกับเพื่อนรู้ใจที่รู้ว่าเราอยากฟังอะไร

Headspace
Headspace แอปพลิเคชันด้านการทำสมาธิและสุขภาพจิตชื่อดัง ใช้ข้อมูลพฤติกรรมการฝึกของผู้ใช้ประกอบกับความเชี่ยวชาญทางจิตวิทยา เพื่อปรับแต่งเนื้อหาและรูปแบบการฝึกสมาธิให้ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละคนอย่างแม่นยำ Data Psychologist จะวิเคราะห์ progress ปัญหา และแรงจูงใจต่างๆในการฝึก เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้ฝึกสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย และช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว

Starbucks
Starbucks เครือร้านกาแฟชื่อดัง ใช้ Data Psychologist ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าสมาชิกอย่างครอบคลุม ทั้งประวัติการซื้อ ความชอบ แรงจูงใจ ช่วงเวลาและโลเคชั่นในการซื้อ เพื่อเข้าใจลูกค้าในระดับบุคคลและมอบข้อเสนอที่ตรงใจ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเมนูใหม่ที่น่าสนใจ โปรโมชั่นส่วนลดเฉพาะบุคคล หรือแม้แต่ข้อความอวยพรในวันพิเศษต่างๆ ช่วยสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าผ่านประสบการณ์ที่เป็นการส่วนตัว

Tinder

Tinder แอปหาคู่ยอดนิยม นำข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้มาให้ Data Psychologist วิเคราะห์รูปแบบ พฤติกรรม บุคลิกภาพ ความสนใจ และไลฟ์สไตล์ เพื่อจับคู่คนที่มีแนวโน้มเข้ากันได้ดีที่สุด คำนวณคะแนนความเข้ากันได้ และเรียงลำดับการแสดงผลตาม compatibility ช่วยเพิ่มโอกาสในการพบคนถูกใจ นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคทางจิตวิทยาต่างๆในการออกแบบ user experience เพื่อดึงดูดและรักษาผู้ใช้ให้ใช้งานแอปอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นได้ว่า การประสบความสำเร็จของธุรกิจที่เรารู้จักกันดีนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพียงแต่ธุรกิจเหล่านี้อาศัย สิ่งที่เรียกว่า Personalization หรือ การเจาะกลุ่มบุคคล ศึกษาพฤติกรรม ดูข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน จึงกลายเป็น ลิสต์รายการหนัง เพลง หรือแม้กระทั่งบุคคลที่เราน่าจะชอบ ในที่สุด

แมวสรุป key ของการทำงาน Data Psychologist ไว้ดังนี้นะคะ

Keys การทำงานของ Data Psychologist

  1. เก็บรวบรวมและบูรณาการข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลการใช้งาน, โซเชียลมีเดีย, ข้อมูลการซื้อ ฯลฯ
  2. วิเคราะห์ข้อมูลผ่านเลนส์ทางจิตวิทยา เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าในเชิงลึก เช่น บุคลิกภาพ แรงจูงใจ พฤติกรรม ความต้องการ ฯลฯ
  3. ใช้เทคนิคทางสถิติ ปัญญาประดิษฐ์ และ machine learning เพื่อสร้างโมเดลการคาดการณ์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า
  4. ให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ลูกค้า
  5. ออกแบบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลเชิงจิตวิทยา
  6. สร้างการปฏิสัมพันธ์และประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวกับลูกค้ารายบุคคล ผ่านการตลาดและการสื่อสารที่ตรงใจ
  7. ทำงานร่วมกับทีมต่างๆในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการตลาด ผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม ฯลฯ เพื่อปรับใช้ข้อมูลเชิงจิตวิทยา
  8. ติดตาม วัดผล ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญและแผนงานอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลเชิงพฤติกรรม

ความสำคัญของ Data Psychologist

  1. ช่วยเพิ่มความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า ด้วยการเข้าใจความต้องการของลูกค้าและตอบสนองได้อย่างเฉพาะเจาะจง
  2. สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ผ่านประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า และสินค้าบริการที่ตรงใจมากกว่าคู่แข่ง
  3. ช่วยวางกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการวิเคราะห์เชิงลึกทางจิตวิทยาของลูกค้าและตลาด
  4. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณทางการตลาดและการขาย ด้วยความเข้าใจลูกค้ารายบุคคลในเชิงลึก
  5. สร้างนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ตอบโจทย์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ของลูกค้า เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ๆ
  6. ช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ด้วยการคาดการณ์ความต้องการได้แม่นยำมากขึ้น
  7. ช่วยเพิ่มอัตราการเติบโต รายได้ และผลกำไร ผ่านการมอบคุณค่าที่เหนือกว่าและการรักษาลูกค้าไว้ได้นาน
  8. ทำให้องค์กรมีศักยภาพในการปรับตัวต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ดีขึ้น

จะเห็นว่า Data Psychologist กลายเป็นตัวละครสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรด้วยข้อมูลทางจิตวิทยาในปัจจุบัน ทั้งในด้านการตลาด การบริการลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฯลฯ องค์กรใดที่สามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านนี้ได้อย่างเต็มที่ ก็จะได้เปรียบคู่แข่งอย่างมากในการเข้าถึงใจและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้าแต่ละคนอย่างแท้จริงเลยค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *